ความรู้สำหรับประชาชน
  - กินอยู่อย่างไรเพื่อสุขภาพที่ดี
  - เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
  - เมนูอาหารเพิ่มพลังงาน
  - สารต้านอนุมูลอิสระ
  - สมุนไพรแก้อาการท้องผูก
  - เต้าหู้... ป้องกันมะเร็ง
  - ชะลออายุด้วยอาหาร
  - ไฟเบอร์...เส้นใยแห่งสุขภาพ
  - อาหารเสริมภูมิต้านทาน
  - อาหารต้านมะเร็ง 10 อันดับ
  - ผัก ผลไม้เพิ่มภูมิต้านทาน
  - ผักผลไม้ต้านและป้องกันมะเร็ง
  - อาหารที่มีคุณสมบัติป้องกันมะเร็ง
  - เมนูอาหารที่มีไฟเบอร์สูง
  - การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
  - สารอาหารสำคัญในผักผลไม้
 
สุขภาพดีด้วยโภชนบำบัด
 
 
ชะลออายุด้วยอาหาร
 
     
 
วันที่ 23 เดือนมกราคม พ.ศ.2552
 
     
 
 
โดย พรพิศ เรืองขจร   
งานโภชนาการ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์   
( 074-451060-1   
     
          เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นคงไม่มีใครสามารถหยุดยั้งความชราไว้ได้ แต่วิธีที่จะช่วยชะลออายุได้ก็คือ การเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีที่สุด สุขภาพที่ดีมาจากร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน ดังนั้นอาหารการกินจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดให้เราแก่ไปตามวัยที่ล่วงเลย หรือก่อนวัยอันสมควร ยิ่งเมื่อวิทยาการก้าวหน้า อาหารยิ่งถูกปรุงแต่งมากขึ้นจนแทบไม่เหลือคุณค่าของอาหารไว้ ปัจจุบันความคิดทางการแพทย์เก่า ๆ ที่ให้บริโภคเนื้อ นม ไข่ มาก ๆ จึงเริ่มเปลี่ยนไปและ ให้หันกลับมาสนใจอาหารธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานชีวิตของคนสมัย ก่อนแทน
   
   
หลัก 10 ประการของการบริโภคอาหารต่อไปนี้ จะช่วยให้ท่านชะลออายุไว้ได้
     
          1. กินคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกดัดแปลง   ขณะนี้อาหารเกือบทุกอย่างที่วางขายในท้องตลาดมักถูกดัดแปลงปรุงแต่งใหม่ เพื่อหลอกล่อผู้บริโภคว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่า แต่แท้จริงกลับเป็นผลเสียต่อร่างกาย คาร์โบไฮเดรตมักถูกดัดแปลง หรือแฝงในรูปต่าง ๆ เช่น ข้าวที่ถูกสีจนขาว น้ำตาลทรายขาว ขนมหวาน ลูกกวาด น้ำอัดลม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ควรบริโภคแต่คาร์โบไฮเดรตธรรมชาติที่ไม่ถูกดัดแปลงและมีคุณค่าสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ผลไม้สด ถั่ว ผัก และเมล็ดพืช
 
          2. ต้องกินโปรตีนให้เหมาะสม   โปรตีนมีอยู่ในเมล็ดพืชผัก มันฝรั่ง ถั่ว นมพร่องไขมัน และอาหารทะเล บางคนเข้าใจผิดว่าเนื้อวัวเนื้อวัวมีโปรตีนสูง แท้จริงแล้วไม่ถูกต้องนัก การที่เนื้อวัวให้พลังงานสูงเพราะมีโปรตีนมาก แต่ร่างกายย่อมต้องการโปรตีนให้ได้สัดส่วนกับอาหารอื่น ถ้ากินมากเกินไปร่างกายจะเปลี่ยนโปรตีนเป็นไขมันสะสมไว้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานมาใช้ได้อีก
 
          3. ควรหลีกเลี่ยงไขมันยามเมื่ออายุมากขึ้น   ไขมันเป็นสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยง เพราะก่อให้เกิดโรคหลายอย่างนั่นคือ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ น้ำมัน เนย มายองเนส กรดไขมันที่จำเป็นซึ่งเป็นกรดที่สำคัญที่สุดสำหรับร่างกายนั้น พบในเมล็ดพืชทุกชนิด ผลไม้เปลือกแข็ง และข้าวการเก็บรักษาอาหารประเภทนี้ต้องใส่ภาชนะปิด เพราะแสง ความร้อน และอากาศสามารถทำลายกรดไขมันที่จำเป็นได้
       
          4. กินวิตามินที่ได้จากพืชและสัตว์   วิตามินธรรมชาติมีคุณภาพสูงกว่าวิตามินสังเคราะห์ ยิ่งถ้าเราถูกกระทบจากความเครียดมากร่างกายยิ่งต้องการวิตามิน และเกลือแร่ทดแทนมากกว่าคนปกติ
 
          5. ควรเน้นผักและผลไม้สด   อาหารในแต่ละวันควรเป็นผักสดและผลไม้ ประมาณ 70% อีก 30% ควรเป็น อาหารประเภทอื่น ๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มพลังตับสูงให้ แก่ร่างกายจะเห็นได้จากนักกีฬาชั้นนำระดับโลกต่างหันมา บำรุงร่างกายด้วยผัก และธัญพืชกันมากขึ้น
 
          6. หลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่งต่าง ๆ   ได้แก่ อาหารหวานจัด อาหารสำเร็จรูป อาหารที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม และโซเดียมซึ่งมีอยู่ในเกลือ ผงชูรส ผงฟู และสารผสมอาหารต่าง ๆ อาหารเหล่านี้ไม่มีคุณค่าแต่กลับมีโทษต่อร่างกายก่อนแทน
 
          7. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว   เพราะร่างกายเราประกอบด้วยน้ำ 60-70% แต่ละวันเราสูญเสียน้ำไป 6-8% ของจำนวนน้ำทั้งหมด น้ำจะเป็นตัวพาสารอาหารไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรดื่มน้ำสะอาดก่อนหรือหลังอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำย่อยทำงานเต็มที่ และเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า ควรดื่มน้ำ 3-5 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เนื่องจากน้ำอัดลม และน้ำเกลือแร่ไม่มีคุณค่าอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
 
          8. กินอาหารแต่ละมื้อให้เหมาะสม   ไม่ควรกินอาหารจนแน่นอึดอัด ควรกินแค่เกือบอิ่ม มื้อเช้าควรได้อาหารที่ให้พลังเพราะต้องทำงานทั้งวัน มื้อกลางวันไม่ควรทานมากจนแน่นท้องเพราะอาจทำให้ง่วงนอนในตอนบ่าย ส่วนมื้อเย็นควรเป็นอาหารที่เบาท้องเพราะใกล้เข้านอน ในขณะที่เรานอนหลับควรให้กระเพาะ และสำไส้ได้พักผ่อนบ้าง
 
          9. กินอาหารตามฤดูกาลและที่มีอยู่ในท้องถิ่น   พืช ผัก ผลไม้ตามฤดูกาลจะทำให้ร่างกายมีความสมดุลกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี อาหารที่ผิดฤดู หรือที่เข้ามาจากต่างประเทศ อาจเคลือบสารเคมี หรืออาบรังสีบางอย่างเอาไว้ ซึ่งทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานได้ในฤดูร้อน ควรลดอาหารหนัก และในฤดูหนาวควรกินอาหารที่ให้พลังงานและความอบอุ่น หลายคนชอบกินอาหารฝรั่ง ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารที่มีไขมันสูงเกินความต้องการของคนในประเทศ ซึ่งเป็นเมืองร้อนแต่เหมาะกับต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาว
 
          10. กินอาหารให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานในแต่ละวัน   หากทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศ ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศทั้งวัน ไม่ควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อมากเท่ากับกรรมกรที่ทำงานใช้แรงงานกลางแดด
 
          หลักการกินทั้ง 10 ประการนี้ ช่วยให้ท่านที่ปฏิบัติตามได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ผนวกกับการดูแลเอาใจใส่ตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และปฏิบัติธรรมแล้วสุขภาพกาย และจิตใจของ ท่านจะแข็งแรง และดูอ่อนกว่าวัย ไม่ว่าอายุจะล่วงเลยไปเท่าไรก็ตาม
 
 
ข้อสรุปในเรื่องอาหาร และการปฏิบัติตนสำหรับผู้สูงอายุ
          1. จัดอาหารที่ให้พลังงานลดลง เช่น ลดอาหารพวก ข้าว แป้ง น้ำตาล และไขมันลง
           2. จัดหารอาหารที่เคี้ยวง่าย และย่อยง่าย โดยจัดหาอาหารให้มีลักษณะน่ารับประทาน และรสชาติ
           3. จัดอาหารให้ครั้งละน้อย ๆ แต่จัดให้กินบ่อยขึ้น เช่น มีมื้อของว่าง
           4. จัดอาหารให้กินตามเวลา และไม่ควรให้ท่านรอเมื่อหิว
           5. ให้ดื่มน้ำมาก ๆ อาจเป็นน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้สด ไม่ควรดื่มชา กาแฟแก่ ๆ เพราะจะทำให้ท้องผูก และนอนไม่หลับ
           6. ไม่กินยาระบาย ยาลดกรด และยาอื่น ๆ โดยแพทย์มิได้สั่ง
           7. ห้อง หรือที่อยู่อาศัย ควรมีการระบายลมที่ดี และอยู่ในที่ที่ไม่ร้อนจัด เมื่อหนาวก็มีผ้าห่ม และเสื้อกันหนาวให้อย่างเพียงพอ
           8. ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
           9. รักษาสุขภาพจิตให้ดี ควรใช้เวลาในวันนี้ศึกษาพระธรรม และฝึกปฏิบัติเพื่อได้มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ
     
กลับสู่ด้านบน
 
 
     
Untitled Document

   
      Best view 1024 x 768 pixel for Internet Explorer © หน่วยสารสนเทศมะเร็ง  โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
    ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110 โทร 0-7445-1595 โทรสาร 0-7445-1595 
ติชมได้ที่นี่ : pparadee@medicine.psu.ac.th