ศูนย์ผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ฯ ม.สงขลานครินทร์
หน้าแรก ติดต่อ

ประวัติความเป็นมาของศูนย์ผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ฯ

     ภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ เป็นความพิการแต่กำเนิดที่มีผลกระทบกับความสวยงามของใบหน้า การพูด การได้ยิน การกลืน การสบฟัน การบดเคี้ยว ตลอดจนปัญหาทางด้านจิตใจของมารดาผู้ป่วย และตัวผู้ป่วย ผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่ง เพด่านโหว่ หรือความพิการแต่กำเนิดของศีรษะใบหน้า มักพบปัญหาในการดูแลตั้งแต่ระยะแรก เช่น การดูด การกลืน การได้รับอาหาร ทำให้มีภาวะทุพโภชนาการ ผลที่ตามมา ก็จะมีความบกพร่องในการเจริญเติบโต ปัญหาต่อไปได้แก่ ปัญหาของหูชั้นกลางการได้ยิน การพูดที่ผิดปกติ การเจริญเติบโตที่ผิดปกติของใบหน้า และขากรรไกร รวมไปถึงการสบฟันที่ผิดปกติ การดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ต้องรักษาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะต้องมีทีมงานที่ประกอบด้วยบุคลาการทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ มาดูแลเป็นทีมสหวิทยาการ (Interdisciplinary Team) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้ กลับมาสู่สภาพการเจริญเติบโตที่ปกติ หรือใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด สามารถเข้ากับสังคม ใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ มีคู่ครอง มีครอบครัวและเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม

     หลักการทำงานที่สำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ คือ ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชามาร่วม และช่วยกันดูแลรักษาผู้ป่วยในแต่ละระดับที่ชำนาญ มีระบบประสานงานการรักษาในทีมที่ดี ซึ่งจะต้องคำนึงถึงสภาวะแวดล้อม การตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว มีทุนอุดหนุนเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถรับการบริการอย่างที่ควรได้รับตามมาตรฐานวิชาชีพ มีระบบการติดตามประเมินผลการรักษาผู้ป่วย และสามารถรายงานผลไดh

     สาเหตุการเกิดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ (Etiology of Cleft lip and palate) ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ เชื่อว่า 12%-20% มีสาเหตุจากพันธุกรรม ส่วนที่เหลืออาจเกิดจากสภาวะสิ่งแวดล้อม หรือปฏิกิริยาของพันธุกรรมกับสภาวะแวดล้อม (Gene environmental interaction)

   ทำไมถึงต้องมีการพัฒนาทีมงานในการรักษาผู้ป่วย ปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การดูแลรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ฯ โดยแพทย์สาขาใดสาขาหนึ่งโดยลำพังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน และหลากหลายให้แก่ผู้ป่วยเป็นองค์รวม (Holistic approach) ได้จากการอาศัยทักษะความชำนาญ และความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายหรือหลายสาขาวิชา จะทำให้เกิดผลการรักษาที่ดีกว่าและเป็นองค์รวมมากขึ้น

    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีศักยภาพอย่างไร คณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่างมีบุคลากรทางการแพทย์ และสาขาวิชาชีพที่มีส่วนในการดูแลรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ พิการแต่กำเนิดบริเวณศีรษะใบหน้าครบถ้วนทุกด้าน มีความรู้ความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับนานาชาติ เพียงแต่ขาดการทำงานร่วมกันเป็นทีม และดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการ ดูแลรักษาต่อเนื่องจาก วัยทารกจนถึงวัยเริ่มหนุ่มสาว จะมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกใบหน้า ขากรรไกร ในขณะที่ร่างกายกำลังมีการเจริญเติบโต ผลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ ในวัยรุ่นจนเริ่มหนุ่มสาวบางรายมีรูปพิการบริเวณใบหน้าอย่างมากมาย โดยมีกระดูกใบหน้าส่วนกลางยุบ มีการสบฟันที่ผิดปกติ และเสียงพูดที่ผิดปกติ รูปพิการเหล่านี้สามารถทำให้ลดลงได้ โดยการจัดให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอโดยทีมงานที่คลินิกผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ พิการแต่กำเนิดบริเวณศีรษะใบหน้า

     ผู้ป่วยปากแหว่ง-เพดานโหว่ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประชากรที่มีภาวะสังคมเศรษฐานะยากจน ดังนั้น ผู้ป่วยเหล่านี้จึงขาดโอกาสที่จะมารับการรักษาทั้งวิธีผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด การจัดตั้งกองทุนสำหรับ ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ พิการแต่กำเนิดบริเวณศีรษะใบหน้า จะช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสมากขึ้น ที่จะได้รับการรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยจัดงบประมาณเป็นค่าเดินทาง ค่ายังชีพ ของบิดา มารดา ในขณะที่นำผู้ป่วยมารับการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง และเป็นค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนค่าผ่าตัดรักษาในโรงพยาบาล

     การทำงานจะต้องมีการประสานงานที่ดี ซึ่งในโครงการจะมีผู้ประสานงานสำหรับการให้คำแนะนำเรื่องการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และเรื่องการเข้ารับการรักษาพยาบาล การนัดหมายในครั้งต่อไป การตรวจที่คลินิกอื่นๆ หรือตรวจทางรังสีวินิจฉัย การรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล การติดตามผู้ป่วยที่พลาดนัด การเตรียมเอกสารสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการนัดหมายครั้งต่อไป ตลอดจนการนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่ตรวจรักษาผู้ป่วยในครั้งต่อไปที่คลินิกโรคปากแหว่ง-เพดานโหว่ พิการแต่กำเนิดบริเวณศีรษะใบหน้า ผู้นำทีมประสานงาน ได้แก่ พยาบาล และเลขานุการของศูนย์ฯ