คำนำ  
 
ข้อมูลที่นำเสนอ มาจากการรวบรวมผู้ป่วยอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่ใช้บริการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จุดประสงค์การนำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลหนึ่งของประเทศ โดยข้อมูลนี้ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทั้งประเทศ หรือภาคใต้ หรือจังหวัดสงขลา
ข้อมูลนี้เป็นของปีพ.ศ. 2548 เท่านั้น และ เป็นการประสานงานระหว่างชมรมลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเมืองหาดใหญ่ และงานเวชระเบียน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
  โดยจำแนกผู้ป่วยเป็น 3 กลุ่ม คือ
เสียชีวิตก่อนมาถึงที่ห้องฉุกเฉิน
รักษาแล้วกลับบ้านได้
ต้องรับรักษาเป็นผู้ป่วยใน
 
     
  ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนมาถึงที่ห้องฉุกเฉิน  
 
คือ เสียชีวิตที่จุดเกิดอุบัติเหตุ หรือก่อนมาถึงห้องฉุกเฉิน
มี 9 ราย : ชาย 6, หญิง 3
อายุระหว่าง 4 - 61 ปี
รถจักรยานยนต์ 6 ราย (อายุระหว่าง 4 - 48 ปี)  
 
4 ราย ชนรถยนต์/รถกระบะ อายุ 17, 22, 30, 32 ปี
2 ราย ซ้อนท้าย/ซ้อนหน้ารถจักรยานยนต์
- 48 ปี หมดสติพลัดตกจากรถ คงมีสาเหตุจากโรคหัวใจหรือสมอง ไม่ใช่อุบัติเหตุจราจร
- 4 ขวบ ปู่เป็นคนขี่รถจยย.ชนรถไฟ ปู่ตายไม่ถูกนำส่งโรงพยาบาล
 
     
  รักษาแล้วกลับบ้าน  
 
ข้อมูล
  รายงานมาจากงานเวชระเบียน โดยไม่ตรวจสอบแฟ้มประวัติ ข้อมูลที่เสนอ : พาหนะ เพศ อายุ และจำนวนแต่ละเดือน สมมุติฐานว่า การบาดเจ็บคงไม่ร้ายแรง
 
ข้อสังเกต
 
ส่วนใหญ่มาจากจักรยานยนต์ (จยย.)
 
จยย.หญิง ชาย มีสัดส่วนเกือบเท่ากัน
 
อายุน้อย
 
เดือนที่มีเทศกาลวันหยุดต่อเนื่อง อัตราการบาดเจ็บไม่เด่น
 
ไม่ทราบสาเหตุที่อัตราต่ำในเดือนพฤษภาคม
 
ข้อมูลรายเดือนของรพ.หาดใหญ่ และรพ.สงขลา เปรียบเทียบลักษณะของการกระจายต่อเดือน
 
ประเภท/เดือน
   

จยย. ชาย 1,434/2,983 = 48%
จยย. ทั้งหมด 2,474/2,983 = 83%
จำนวนผู้ป่วย 2,983



 
อายุ/เพศ
   

ข้อสังเกต :
ครึ่งหนึ่งอายุระหว่าง 15-25 ปี (48%)
77%(11+48+18) อายุต่ำกว่า 35 ปี

 
ข้อมูลจากโรงพยาบาลอื่น
ข้อมูลของรพ.หาดใหญ่ และรพ.สงขลา เป็นรายงานที่ส่งให้ชมรมฯ นำเสนอเพื่อเปรียบเทียบเฉพาะ
จำนวนบาดเจ็บ
บาดเจ็บจากรถจยย
จยย.รักษาแล้วกลับบ้าน
เดือนเทศกาลวันหยุดต่อเนื่อง อัตราการบาดเจ็บไม่เด่น
อัตราบาดเจ็บต่ำของรพ.หาดใหญ่เดือนเมษายน ส่วนรพ.สงขลาเดือนตุลาคม
 
ผู้ป่วยอุบัติเหตุโรงพยาบาลหาดใหญ่   
    บาดเจ็บทั้งหมด 4,554
รถจักรยานยนต์ 4,000 = 88%
รักษาแล้วกลับบ้าน 2,569/4,000 (64%) = จยย.


 ผู้ป่วยอุบัติเหตุโรงพยาบาลสงขลา
    บาดเจ็บทั้งหมด 4,683
รถจักรยานยนต์ 3,841 = 82%
รักษากลับบ้าน 2,871/3,841 (75%) = จยย.


 
     
  รับรักษา  
 
ข้อมูล
แพทย์ (1 ท่าน) ทบทวนรายงานในแฟ้มประวัติทุกราย และเจาะจงข้อมูล
ความรุนแรงการบาดเจ็บและการรักษา
ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดในกลุ่มที่มีการตรวจสอบ
ระดับทุพพลภาพในกลุ่มที่มารักษาต่อเนื่อง
ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์
ค่าใช้จ่ายการรักษา
สิทธิ์การรักษา
 
จำนวน/ชนิด
มี 877 ราย
32% เป็นผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อ (refered) จากรพ.อื่น เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่รพ.สงขลานครินทร์
เสียชีวิต 54 ราย (6% ของทั้งหมด)
พาหนะหลักของอุบัติเหตุ
รถจักรยานยนต์ 74%(651/877)
บาดเจ็บจากจยย.เป็น ชาย 70%(458/651)  
 
เพศ/จำนวน/เดือน
    บาดเจ็บทั้งหมด 877
ชาย 610/877 = 70%



 
อายุ
   
อายุ
ทั้งหมด
%
จยย.ชาย
%
<15
141
16
52
11
15-25
299
34
194
42
26-35
186
21
96
21
36-45
104
12
45
10
>45
147
17
71
16
รวม
877
100
458
100
ข้อสังเกต :
ประมาณครึ่ง อายุต่ำกว่า 25 ปี
 
ความรุนแรงการบาดเจ็บ ระบบ AIS
  ระดับของความรุนแรงที่สากล คือ Abbreviated Injury Score (AIS) แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ
 
เล็กน้อย
 
ปานกลาง
 
มาก ไม่คุกคามชีวิต
 
มาก คุกคามชีวิต
 
วิกฤติ ไม่แน่ใจว่ารอดชีวิตหรือไม่
 
เสียชีวิต
 
ความรุนแรงการบาดเจ็บ
  รายงานนี้ ได้แบ่งเป็น 4 ระดับจากน้อยไปมาก
 
1 = น้อย เช่น นิ้วหัก, แผลไม่ติดเชื้อ ไม่ต้องผ่าตัด กลับบ้านภายใน 3 วัน
 
2 = มาก เช่น แขนขาหัก, บาดเจ็บหลายแห่ง, ติดเชื้อ, เกิดโรคแทรก (ปอดบวม) กระดูกหน้าแตก ฯลฯ
 
3 = รุนแรง เช่นกะโหลกแตกต้องผ่าตัด, เปิดท้อง, เจาะคอ ฯลฯ
 
4 = วิกฤติ ตาย, ออกจากโรงพยาบาลช่วยตัวเองไม่ได้
 
จำแนกตามความรุนแรง
   
ความรุนแรง
ทั้งหมด
%
จยย.ชาย
%
1
295
34
147
32
2
319
36
177
39
3
195
22
101
22
4
68
8
33
7
รวม
877
100
458
100
ข้อสังเกต :
ประมาณ 30% ความรุนแรงระดับ 3-4
 
ระดับทุพพลภาพ
  แพทย์ประเมินสภาพผู้บาดเจ็บระหว่างและหลังการรักษา โดยตรวจสอบจากแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่มาให้การติดตามการรักษา (ติดตามได้ ร้อยละ 81 ส่วนที่เหลือไม่มาติดตาม หรือไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน)
  กำหนดระดับทุพพลภาพ
 
ระดับ 1 เมื่อติดตามไม่พบรอยโรคการบาดเจ็บ สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
 
ระดับ 2 ใช้เวลา 2-3 เดือน จึงจะกลับสู่ปกติ
 
ระดับ 3 มีความพิการบางส่วนหลังการรักษา เช่น ขาด้วน, ตาบอด 1 ข้าง ฯลฯ
 
ระดับ 4 เสียชีวิตหรือต้องเปลี่ยนอาชีพ หรือต้องมีผู้ดูแลตลอด
 
ทุพพลภาพหลังการรักษา
    ข้อสังเกต :
10% ยังคงทุพพลภาพระดับ 4
 
บาดเจ็บที่ศีรษะ
  เหตุผลที่ศึกษา
    เนื่องจากข้อมูลการสวม/ไม่สวมหมวกนิรภัยมีการบันทึกไว้น้อย เพราะไม่ได้สอบถาม หรือผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาพที่สามารถให้ข้อมูล
  ฉะนั้น
    จึงใช้ข้อมูลผู้ป่วย จยย.ที่บาดเจ็บที่ศีรษะเป็นตัวแทนของการไม่สวมหมวกนิรภัยหรือสวมหมวกไม่ถูกต้อง
 
ความรุนแรงของบาดเจ็บที่ศีรษะ  
  กำหนดระดับความรุนแรง :
 
ระดับ 1 = ไม่มีกะโหลกแตก (คือ ไม่มีสมองชำรุด) แต่หมดสติเมื่อเกิด อุบัติเหตุหรือมีอาการซึม จำไม่ได้ ฯลฯ
 
ระดับ 2 = กระดูกของกะโหลก ขากรรไกร ฯลฯ หัก/ร้าว/แตก
 
ระดับ 3 = มีเลือดออกในสมอง (บางรายต้องผ่าตัดเอาก้อนเลือดออก)
 
สัดส่วนบาดเจ็บศีรษะตามเพศ
    ข้อสังเกต:
จยย.บาดเจ็บศีรษะ = 58%(377/651)
บาดเจ็บระดับ 3 =38%(143/377)
จยย.ชาย = 69%( 260/377)
 
จำแนกบาดเจ็บศีรษะตามอายุ
    ข้อสังเกต :
อายุ 15-35 ปี บาดเจ็บศีรษะระดับ 3 = 67%(96/143)
อายุต่ำกว่า 25 ปี บาดเจ็บศีรษะระดับ 1 = 69%(95/138)
 
ข้อมูลระดับแอลกอฮอล์ในเลือด
จำแนกการตรวจสอบชนิดนี้เป็น 3 กลุ่ม
ระดับจากผลเลือด
ตรวจ 526 ราย = 60% ของ 877 ราย
44 % พบแอลกอฮอล์ (234/526)
จากกลิ่นหรือประวัติอย่างเดียว (ไม่มีผลเลือด)
บันทึก 9 ราย = 0.1% ของ 877 ราย
ไม่ได้วัด เพราะส่งต่อมารักษา(หลายวันหลังอุบัติเหตุ) หรือเป็นเด็กเล็ก
จำนวน 342 ราย = 39% ของ 877 ราย
 
ชนิดของสิทธิ
  จำแนกสิทธิและค่าการรักษา(แสดงโดยกราฟแท่ง) จำแนกสิทธิเป็น 8 ประเภท
 
ชำระเงินเอง
 
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
 
พระราชบัญญัติผู้ประสบภัยจากรถ
 
หลักประกันสุขภาพดีถ้วนหน้า
 
ประกันสังคม
 
ผู้ป่วยสงเคราะห์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
 
หลักประกันสุขภาพดีถ้วนหน้า (แรงงานต่างด้าว)
 
อื่น ๆ เช่น นักศึกษา มอ. กรมแรงงาน ฯลฯ
     
สัดส่วน (%) จำนวนผู้บาดเจ็บและค่าใช้จ่ายตามสิทธิ
    ข้อสังเกต :
สัดส่วนผู้ป่วยบาดเจ็บไม่จำเป็นต้องสะท้อนค่าใช้จ่าย สัดส่วนของค่ารักษา แตกต่างกัน ขึ้นกับสิทธิ จ่ายเองสัดส่วนน้อยกว่าประกันสุขภาพและประกันสังคม


 
เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อระดับการบาดเจ็บ
   

เสียชีวิตเฉลี่ย 58,054บาท/ราย
*ไม่มีข้อมูล 11 รายการ
 
     
  สรุปจากการศึกษา  
 
จักรยานยนต์

บาดเจ็บจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์

 
ร้อยละ 83 ที่มารักษาแล้วกลับบ้านมาจาก จยย.
 
ร้อยละ 74 ที่รับรักษาในโรงพยาบาลมาจาก จยย.
 
ร้อยละ 58 ของผู้บาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
  สรุป อุบัติเหตุจาก จยย. ทั้งไม่รุนแรง และรุนแรง เป็นภาระหลักของการดูแลรักษาพยาบาล และมีผลระยะยาวต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 
 
อายุ
ุร้อยละ 77 ในกลุ่มรักษาแล้วกลับบ้าน และร้อยละ 74 ในกลุ่มรับรักษาในโรงพยาบาล มีอายุต่ำกว่า 35 ปี
ร้อยละ 81 ของผู้ใช้ จยย. ที่ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อรักษาและบาดเจ็บที่ศีรษะ (อาจเกี่ยวกับการไม่สวมหมวกนิรภัย) อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี
ร้อยละ 11 ในกลุ่มรักษาแล้วกลับบ้าน
ร้อยละ 11 ของกลุ่มรับรักษาไว้ในโรงพยาบาล มีอายุต่ำกว่า 15 ปี (จำนวนนี้อาจไม่มาก แต่เป็นช่วงอายุที่กฎหมายไม่อนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์)
สรุป การบาดเจ็บในกลุ่มเยาวชน คนหนุ่มสาว สะท้อนภาพที่ยังขาดความเข้าใจคุณค่าชีวิต การดูแลรักตนเอง ที่ทุกฝ่ายทั้งครอบครัว โรงเรียน กลุ่มงานความปลอดภัยทางถนน ฯลฯ ต้องเน้นการปลูกฝัง
 
ดื่ม
  จำนวนครึ่งหนึ่งของผู้บาดเจ็บที่ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ในระดับสูง
  สรุป การดื่มแล้วขับรถเป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง และอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน
 
ความสูญเสีย
  ค่าใช้จ่ายการรักษาผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในรพ.สงขลานครินทร์ ไม่ต่ำกว่า 32 ล้านบาทต่อปี (ที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายการเยียวยาต่อเนื่อง)
สรุป 
อุบัติเหตุเป็นความเสียหายของทุกฝ่าย การบาดเจ็บที่รุนแรงเป็นภาระที่ภาครัฐและครอบครัวต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และต่อเนื่องในระยะยาว รวมถึงความสูญเสียที่มิอาจประเมิน เช่น วิถีชีวิตที่พลิกผัน คุณภาพชีวิตที่ขาดหาย ความทุกข์ที่ฝังในจิตใจ ฯลฯ
 
     
  ผู้ร่วมงาน  
 
งานเวชระเบียน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ฝ่ายเทคโนโลยีเวชสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์
นายแพทย์ธาดา ยิบอินซอย : แพทย์ผู้ศึกษาข้อมูล
นางสาวปฐมพร ซื่อธานุวงศ์ : ผู้รวบรวมข้อมูล
 
     
ร่วมมือ ร่วมใจ หาดใหญ่ปลอดอุบัติเหตุ