หน้าหลักประวัติวิสัยทัศน์ พันธกิจบุคลากรลิงค์ที่น่าสนใจติดต่อสอบถาม


อาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด

               ยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง  เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ที่มีการ
แบ่งตัวเร็ว  ซึ่งนอกจากเซลล์มะเร็งแล้วจึงมีผลกระทบต่อเซลล์ปกติของร่างกายที่มีการแบ่งตัวเร็วด้วย  ได้แก่  เซลล์ใน
ไขกระดูก  เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร  รากผม  เป็นต้น  ดังนั้นยาพวกนี้จึงมีผลข้างเคียงมากกว่ายาในกลุ่มอื่น  ผลกระทบ
นี้อาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงในแต่ละระบบดังนี้

         v ระบบทางเดินอาหาร  ทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

               คลื่นไส้ อาเจียน  พบได้บ่อย  และขึ้นอยู่กับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ  อาการจะเกิดได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง          หลังได้รับยา  และอาการส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง  ยกเว้นสำหรับยาเคมีบำบัดบางชนิดที่อาจทำให้
          เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้นานถึง 3-7 วัน  หลังจากได้ยาครั้งสุดท้าย

          เบื่ออาหาร  เนื่องจากยาเคมีบำบัดมีผลทำให้การรับรสอาหารเปลี่ยนแปลง  ความอยากรับประทานอาการลดลง 
   อาการนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว  และหายไปภายใน 2-6 สัปดาห์หลังได้รับยา

          เยื่อบุช่องปากอักเสบ  เกิดเนื่องจากยาเคมีบำบัดมีผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์เยื่อบุช่องปาก  ทำให้มีอาการ
   ปากแห้ง เจ็บและมีแผล  อาจจะมีการติดเชื้อในช่องปากได้  รับประทานอาหารได้ลดลง  อาการนี้จะเกิดขึ้น
   หลังได้รับยา 5-7 วัน  อาการจะดีขึ้น  ถ้าได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง  และเมื่อยาหมดฤทธิ์

          เยื่อบุหลอดอาหารอักเสบ  ทำให้เกิดอาการคอแห้ง  เจ็บคอ  กลืนอาหารลำบาก

          ท้องเสีย  เกิดจากยาระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร  ทำให้การย่อย  และดูดซึมอาหารลดลง  อาการจะ
   เป็นอยู่ชั่วคราว  และจะดีขึ้นเมื่อยาหมดฤทธิ์

          ท้องผูก  เนื่องจากยามีผลต่อเส้นประสาทบริเวณลำไส้  ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้  อาการนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว 
   และดีขึ้นภายหลังได้ยา 1 สัปดาห์

    v ระบบไขกระดูก  ยาเคมีบำบัดจะไปกดการทำงานของไขกระดูก  มีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดขาว  เม็ดเลือดแดง
   และเกร็ดเลือด  ทำให้เกิดผลดังนี้

            ภูมิต้านทานโรคต่ำ  จากการที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวลดลง  ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย  ส่วนใหญ่จะ
 
เกิดขึ้นภายหลังได้รับยาแล้ว 10-14 วัน  แล้วเม็ดเลือดขาวจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากนั้น

            โลหิตจาง  อ่อนเพลียไม่มีแรง  จะเกิดขึ้นภายหลังได้รับยาประมาณ 7 วันแล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้น

            ภาวะเลือดออกง่าย  จากเกล็ดเลือดต่ำ  อาจจะเกิดขึ้นภายหลังได้รับยาประมาณ 2 สัปดาห์  แล้วจะค่อยกลับ
  สู่ปกติในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังได้รับยาเคมีบำบั

    v ผิวหนัง ผม และขน  โดยยาเคมีบำบัดทำให้เกิด

          ผิวหนังแห้งและคัน  ผิวคล้ำดำและมีความไวต่อแสงแดด  และการเปลี่ยนแปลงของสีเล็บ  จากผลของ
   ยาเคมีบำบัดบางชนิด

          ผมและขนร่วง  เนื่องจากยาเคมีบำบัดมีผลต่อรากผม  และขน  ทำให้ผม และขนร่วงง่าย  อาการจะเป็นอยู่
   ชั่วคราวเท่านั้น  โดยมีอาการเกิดขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์  หลังได้รับยา  และผมจะงอกขึ้นใหม่ภายใน 1 เดือน 
   หลังจากหยุดยาแล้ว

    v ปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อ  ยาเคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดบางกลุ่มมีผลต่อเนื้อเยื่อรุนแรง  ทำให้เกิดการอักเสบ
   ของหลอดเลือดดำ  ทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อได้ถ้ามีการรั่วซึมของยาออกนอกเส้นเลือด

         v ระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง  ผลมีทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ  หรือขาดประจำเดือนขณะได้รับการรักษา ส่วน
          ในเพศชายอาจทำให้เชื้ออสุจิลดลง  ซึ่งส่งผลให้ทั้งเพศหญิง และชายมีโอกาสเป็นหมันชั่วคราวขณะรับการ
          รักษา  การเปลี่ยนแปลงนี้มักจะหายไปหลังจากหยุดการรักษาประมาณ 18-24 เดือน  แต่ในผู้ป่วยบางรายพบว่า
          การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่กลับเป็นปกติ  ทำให้มีโอกาสเป็นหมันถาวรได้

         v อวัยวะสำคัญ  ได้แก่  ตับ  ไต  และระบบขับถ่ายปัสสาวะ  พิษต่อตับ  และไตขึ้นอยู่กับชนิดของยา  ขนาดของ
          ยา  จำนวนครั้งที่ได้รับยา  สำหรับไตอาจเกิดจากการรับน้ำไม่เพียงพอ  นอกจากนี้อาจเกิดจากเซลล์มะเร็งที่ถูก
          ทำลายด้วย  ทำให้เกิดกรดยูริคในเลือดสูง ทำให้เกิดไตวายได้

         v ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ  ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง  ชาปลายมือปลายเท้า  สูญเสียการทรงตัว  นอกจากนี้
          ยังมียาเคมีบำบัดบางชนิดทำให้เกิดอาการซึมเศร้า  และอาการทางจิตประสาทได้

หมายเหตุ  อาการดังกล่าวข้างต้นไม่ได้เกิดในผู้ป่วยทุกคนที่ได้รับยาเคมีบำบัด  และไม่เกิดกับยาเคมีบำบัดทุกชนิด  โดยจะ
          มีความแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับชนิดของยา  ขนาดของยา  และจำนวนครั้งที่ได้รับยา
 

 

BACK            NEXT