หน้าหลักประวัติวิสัยทัศน์ พันธกิจบุคลากรลิงค์ที่น่าสนใจติดต่อสอบถาม


มีแผลในช่องปาก

               เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด  มีโอกาสในการติดเชื้อง่าย  ทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลในปากและลำคอได้ง่าย  ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวด  ไม่สุขสบาย  ขัดขวางต่อการรับประทานอาหาร  ดื่มน้ำ  และการพักผ่อน  อาการนี้จะเป็นอยู่ชั่วคราว  และเมื่อหยุดยาเคมีบำบัดแผลจะค่อย ๆ ดีขึ้น


ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว

          v  มีการตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง  และก่อนให้ยาเคมีบำบัด

          v  ตรวจในช่องปากด้วยตนเอง  โดยใช้กระจกส่องตรวจดูแผล  จุดเลือดตามกระพุ้งแก้ม  และเหงือกทุกวัน
       วันละ 2 คน

          v  แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันที่อ่อนนุ่มมีขนาดเล็ก  และใช้ยาสีฟังที่มีส่วนประกอบของฟลูออไรด์  และมีรสไม่จัด   
      
ก่อนนอนและหลังตื่นนอนตอนเช้าทุกวัน

          v  ถ้ามีค่าของจำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่า 50,000  ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เลือดออกง่าย  และเลือดหยุดยาก  อาจใช้วิธี
       การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือแทนการแปรงฟัน  และไม่ควรใช้ไหมขัดฟัน

          v  ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก  เนื่องจากมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์  ซึ่งจะทำให้เยื่อบุช่องปากแห้ง  เกิดความระคาย
       เคืองต่อเยื่อบุช่องปาก  เสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่าย

          v  ไม่สูบบุหรี่  หรือดื่มแอลกอฮอล์

          v  หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมาก  หรือการนัตถุ์ยา

          v  หลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง  มีรสจัด  เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด  ซึ่งจะทำให้เหงือก และปากเป็นแผล

          v  กลั้วปาก  และลำคอโดยใช้เกลือ ½ ช้อนยา  ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว  และควรอมไว้ประมาณ 20 วินาทีก่อนบ้วนทิ้ง 
       เพื่อให้สามารถทำความสะอาดในช่องปาก  และขจัดเศษอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเวลา 1 นาที
       ทุก 4 ชั่วโมง

          v  ดูแลปากให้ชุ่มชื่น  โดยดื่มน้ำให้เพียงพอมากกว่า 3 ลิตร ใน 1 วัน  โดยจิบน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการหายใจ
       ทางปาก  เพราะจะทำให้ปากแห้ง  ใช้วาสลีนหรือลิปสติกมันทาริมฝีปากให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ

          v  หลีกเลี่ยงการใส่ฟันปลอมที่ต้องใช้ตะขอเกี่ยวเหงือก  ถ้าบริเวณที่สัมผัสกับฟันปลอมเป็นแผลหรือเจ็บปวด  หลีก
       เลี่ยงการใส่ฟันปลอมชั่วคราว

          v  หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัดหรือเย็นจัด  เนื่องจากจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับแผล และเยื่อบุในช่องปาก

          v  รับประทานอาหารอ่อน  เช่น  เยลลี  สังขยา  โยเกิร์ต  แกงจืด  ข้าวต้ม  ไข่ตุ๋นนิ่ม

          v  ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาในการดื่มเครื่องดื่ม  หรือการกินอาหารเหลวโดยใช้ช้อน  ให้ใช้แก้ว  และหลอดดูด  อาจช่วยลด
       ความเจ็บปวดในลำคอได้บ้าย

          v  ถ้าปวดมากควรปรึกษาแพทย์  แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดทั้งชนิดรับประทาน  และยาชาเฉพาะที่

          v  บ้วนปากก่อน  และหลังรับประทานอาหาร

          v  ในรายที่ปากแห้งมาก  เนื่องจากการผลิตน้ำลายน้อยลง  ควรหลีกเลี่ยงการหายใจทางปาก

          v  ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีฟัน  ควรใช้ผ้าสะอาดพันปลายนิ้ว  ทำความสะอาดเหงือก  ซอกฟันแทนการแปรงฟัน  และ
       บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร  และก่อนนอน

          v  ในกรณีที่แผลในปากมีการอักเสบมาก  ควรใช้ผ้าสะอาดที่อ่อนนุ่มชุบน้ำเกลือแล้วพันนิ้วมือเช็ดทำความสะอาด
       เหงือก  และซอกฟันแทนการแปรงฟัน  เพื่อลดการระคายเคือง และป้องกันเลือดออกของแผลในช่องปาก

          v  ในรายที่ใส่ฟันปลอม  ควรล้านและทำความสะอาดฟันปลอมทุกวัน  และควรถอดฟันปลอมออกไม่น้อยกว่า
       8 ชั่วโมงใน 1 วัน  เพื่อให้เหงือก และเพดานไม่ถูกกดตลอดเวลา

          v  ถ้าฟันปลอมหลวม หรือแน่นเกินไป  ควรปรึกษาทันตแพทย์

          v  อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ กินไอศกรีม หรือจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นของเยื่อบุช่องปาก

          v  หากมีอาการผิดปกติ  เช่น  ปวดแสบร้อนในช่องปาก  มีแผลในช่องปาก  ไม่สามารถรับประทานอาหารได้
       ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล
 

 

BACK            NEXT